Arnupharp's profileTrOPic of CANCERPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
September 30 The power of high speed internetเมื่อวานเราไปทำงานที่มหาลัย + มีหนังที่หนิงฝากให้ download ให้ 1 เรื่อง
คือดาบมังกรหยก เนื่องจากไอ้หนังเรื่องนี้น่ะมันเกือบ 20 gb ได้ ถ้า load
ที่หอถึงจะ hi speed ก้อคงโหลดจนหงอกเหมือนกัน ก้อเลยคิดว่าเนท
จุฬานี่มันต่อเข้า backbone โดยตรงนี่นะ ยิ่งดึกๆแบบนี้ใครจะมาแย่ง bandwidth
กะเราก็เลยลองเปิด bit ดู โหจอร์จแทบเป็นลม รู้ก้อรู้อ่ะนะว่ามันต้องเร็ว
แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ลองไปดูรูปกัน
download ได้เกือบๆ 6MB ต่อวินาที เนทหอเราที่ load ได้ทีละ 100 กว่า KB ต่อวินาที September 29 Teamworkวันนี้มี department meeting ซึ่งเป็น meeting ประจำเดือนของแผนกที่เราอยู่คือ IMS
Support สถานที่คือที่ pantry ชั้น 31 เนื้อหาในการ present จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ team
ในขณะนั้น แล้วก้อมี การแสดง role play เกี่ยวกับ SET value (Spirit Elite Trust)
ซึ่งเป็น keyword ของ team เรา
Spirit - จิตวิญญาณ ในการทำงานทุกอย่างถ้ามี spirit งานก้อสำเร็จกว่าครึ่งแล้วเพราะ
เราได้ใส่ใจลงไปในงานเราด้วย
Elite - We are more than great, but elite สิ่งที่ทำต้องอยู่เหนือ customer expect เสมอ อย่าพึงพอใจ เพียงเพราะว่าสิ่งที่ทำ meet objective แต่
ต้องทำงานทุกชิ้นให้เต็มความสามารถเสมอ
Trust - เชื่อมั่นในเพื่อนร่วมทีม เสนอความเห็นที่แตกต่างได้แต่ต้องอยู่บนหลักเหตุผล
role play เป็นไปอย่างสนุกสนานเฮฮา พร้อมได้สาระไปด้วย ดูๆแล้วถ้าทำได้ตาม
keyword นี้คงเป็น working environment ที่เยี่ยมมาก 55 สิ่งที่ชอบที่สุดใน meeting
ครั้งนี้คือ present เรื่องเกี่ยวกับ teamwork ของพี่อู๊ดด้า เป็นการ present ที่น่าประทับใจจริงๆ
พี่อู๊ดด้า เปิดการ present ด้วย vdo clip ของนักฟุตบอล คนหนึ่งจากหนังเรื่อง GOAL
ตอนที่เอามาให้ดูเป็นตอนที่นักฟุตบอลคนหนึ่งกำลังพยายามลากเลื้อย
ผ่านคู่แข่งฝ่ายตรงข้ามคนแล้วคนเล่า จากนั้น โค้ชได้เรียกนักเตะคนนั้นมา แล้วสั่งว่า
พอผมพูดว่า go ให้คุณวิ่งสุดกำลังไปที่ goal ของฝ่ายตรงข้าม ว่าแล้วโค้ชก็พูด
ว่า go นักเตะคนนั้นรีบวิ่งเต็มกำลังไปยัง goal ฝ่าย ตรงข้ามตามคำสั่ง โค้ชเตะ
บอลข้ามหัวนักเตะคนนั้นไปเข้าประตู แล้วเรียกนักเตะคนนั้นให้วิ่งกลับมา แล้วสั่ง
go ให้วิ่งไปใหม่ ทำแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วจึงถามนักเตะคนนั้นว่า คุณรู้มั้ยว่าผมอยาก
จะบอกอะไรนักเตะดูเหมือนจะยังไม่เข้าใจจุดประสงค์ของโค้ช ซึ่งโค้ชได้บอกประมาณว่า
"The ball goes faster than you, here the reason why we pass the ball"
ดูแล้วเข้าใจได้เลยว่าต่อให้นักเตะคนนั้นเก่งยังงัยพยายามวิ่งแค่ไหน ก็สู้การจ่ายบอลให้เพื่อน
วิ่งไปทำประตูไม่ได้เลย
นอกจากนี้พี่อู๊ดด้าได้พูดถึงสิ่งจำเป็น 7 อย่างที่ไม่ว่า team ไหนๆก็จำเป็นต้องมีจึงจะเป็นทีมที่
ดีได้ เราจำได้ไม่หมดเด๋วจะมา update ทีหลัง ^^ เท่าที่จำได้มี
participating, listening, questioning, www, xxx, yyy, zzz
(พี่อู๊ดด้าถ้าเข้ามาอ่านช่วยเติมให้ครบด้วยนะครับ ^^'')
ปิดท้ายด้วยข้อคิดดีๆเป็นภาษาอังกฤษค่อนข้างเข้าใจยาก เราถอดความไว้อาจจะ
ตกหล่นบ้างนะ
สิ่งที่น่ากลัวที่สุด (the deepest fear) คือการไม่กล้าทำสิ่งที่ควรทำ ลองคิดถึงเมื่อสมัยเป็น
เด็กเราไม่คิดอะไรมากถ้าเห็นว่าสิ่งไหนถูกเราก็จะทำทันที แต่เมื่อโตขึ้นแยกแยะได้มากขึ้นว่าสิ่ง ไหนถูกสิ่งไหนผิดกลับไม่กล้าทำห่วงโน่นห่วงนี่ กลัวสายตาคนรอบข้าง และเหตุผลอีกมากมาย
ทำให้ไม่ได้ทำในสิ่งที่ควรทำ สิ่งนี้แหละคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด
"การที่เรากล้าทำในสิ่งที่สมควรทำนอกจากจะทำให้ตัวเราได้ทำในสิ่งที่ควรทำแล้วยัง
ช่วยมอบความกล้าให้คนรอบข้างที่เห็น ได้ทำในสิ่งที่ควรทำด้วย"
ลองคิดเล่นๆดูว่าสมมติคุณเห็นคนตาบอดกำลังข้ามถนน หรือเห็นคนถือของหนักอยู่ ตามสามัญ
สำนึกเราควรจะเข้าไปช่วย แต่จะมีสักกี่คนกันที่จะเข้าไปช่วย เราเชื่อว่าที่จริงแล้วคนที่เห็นแทบ
ทุกคนอยากช่วยทั้งนั้น แต่เพราะไอ้ความกลัวที่ว่านี่แหละทำให้ไม่ได้ทำ ทีนี้ลองมาคิดกลับกันว่า
มีคนๆนึงได้เดินเข้าไปช่วย คนอื่นๆที่เห็นดังนั้นย่อมจะละทิ้งความกลัวเดินเข้าไปช่วยได้ง่ายขึ้นเป็นต้น
เขียนมาซะยืดยาวก็อยากจะบอกแค่ว่าวันนี้ประทับใจ department meeting มากๆ เป็น meeting ที่ดี
มากตั้งแต่เข้ามาทำงานที่ Reuters เลย สุดท้ายนี้ขอจบด้วยประโยคดีๆ
"จงอย่ากลัวที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง"
วันนี้เพื่อนๆทำในสิ่งที่ควรทำกันหรือยังครับ :D September 25 สวนรถไฟเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปปั่นจักรยานที่สวนรถไฟหรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ
สวนวชิรเบญจทัศอยู่ใกล้ๆ สวนจตุจักรนั่งรถไฟฟ้ามาลงหมอชิตแล้วต่อ taxi ได้เลย บรรยากาศดีมากๆ
จริงๆเคยมีเพื่อนชวนไปหลายครั้งละ แต่เพิ่งจะได้ไปปั่นจริงๆครั้งนี้ครั้งแรก นัดกับ
คิมกับซวงไว้ 3 โมงครึ่ง เราไปเลทนิดหน่อย (ประมาณเกือบครึ่งชมได้ ^^)
นัดกันที่ทางเข้า JJ ไปถึงก็มีเป๊บ ซวง กะคิม รออยู่แล้ว แล้วก้อเลยนั่ง taxi ไปที่
สวนรถไฟเลย อ้าย taxi ตัวดีดันพาหลงอีก -"-
ไปถึงสวนรถไฟนี่เหลือเชื่อมากๆ ทั้งๆที่อยู่ใจกลาง กทม ที่น่าจะมีแต่ตึกสูงๆ แต่ดูมัน
ชุ่มชื่นไปหมด ภายในสวนรถไฟนี่จะแบ่งที่ให้คนวิ่ง แล้วก้อปั่นจักรยานด้วย มีพายเรือ
คายัคด้วย แต่เราไม่ได้ลอง ค่าจักรยานก็ไม่แพงมากนะ 20 บาทปั่นได้ตลอดมีให้เลือก
หลายแบบด้วย(แต่เบาะแข็งมากเราปั่นซะปวดก้นเลย - -'') ปั่นไปได้ซักพักจิ๋วกับกบ
ก็ตามมาสมทบ ก็ปั่นกันจนเย็น แล้วก็ไปหาซื้อของกับเช่าเสื่อมากินกันที่ริมน้ำบรรยากาศ
โรแมนติกสุดๆเลย ไปสวนรถไฟคราวนี้รู้สึกเหมือนได้ชาร์ตแบตให้ตัวเองใหม่รู้สึกสดชื่นขึ้นมากๆ หลังจากช่วงนี้ทำ
แต่งาน ขอบคุณ ซวง คิม เป๊บ กบ จิ๋ว ที่ทำให้เรามีวันหยุดสุดวิเศษนะ สนุกจริงๆวันนี้
สุดท้ายนี้เอารูปมาฝากเผื่อใครอยากไปชวนเราได้เลยนะเราพร้อมไปด้วยเสมอ :D
ไปสวนรถไฟ ปอดแห่งกรุงเทพกัน
เลนจักรยานเฟร้ยให้มันรู้ซะบ้างงง
บรรยากาศร่มรื่นภายในสวนรถไฟ
รูปถ่ายบางส่วนยืมมาจาก link ข้างล่างนะคร้าบบบ |
|
|